วิธีดูแลรถมอเตอร์ไซค์ เกียร์ออโต้

รถมอเตอร์ไซค์แบบออโต้ (Automatic Motorcycle) เป็นประเภทของรถมอเตอร์ไซค์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดเลยก็ว่าได้ สำหรับในยุคนี้ เนื่องด้วยความสะดวกในการใช้งาน ที่ง่ายกว่าแบบสมัยก่อนที่เป็นจักรยานยนต์แบบใช้โซ่ ทำให้ใคร ๆ ก็ขับมอเตอร์ไซค์เป็นได้ แต่ทั้งนี้ การขับขี่ที่สะดวกสบาย ก็มีข้อเสียอยู่เช่นกัน นั่นก็คือ จะไม่ทนทานเท่ากับระบบแบบโซ่

วันนี้ Motorwork จะพาทุกท่านมาพบกับ เกร็ดความรู้เกี่ยวกับวิธีการดูแลรักษารถจักรยานยนต์ที่ใช้ระบบส่งกำลังแบบสายพาน (รถมอเตอร์ไซค์ออโต้) ว่าจะทำอย่างไรดี ให้รถคู่ใจของเรานั้นสามารถขับขี่และอยู่คู่กับเราไปนานๆ ซึ่งต้องบอกเลยว่า วิธีการนั้นไม่ยากอย่างที่หลาย ๆ คนคิด แต่จะทำอย่างไรนั้นตามเรามาดูกันเลยครับ

HONDA CLICK125i

ตัวอย่างรถมอเตอร์ไซค์ออโต้

HONDA  WAVE125i

ตัวอย่างรถมอเตอร์ไซค์ระบบโซ่

ระบบส่งกำลังแบบสายพานนั้นทำงานอย่างไร ?

ระบบการส่งกำลังแบบเกียร์อัตโนมัตินั้นจะใช้สายพานรูปตัว V (V-Belt) ระบบส่งถ่ายกำลังแบบนี้จะประกอบด้วย ล้อขับสายพานหน้าและล้อปรับความเร็วหลัง หรือที่เราเรียกกันว่า พูลเล่ย์ (Pulley) ซึ่งใช้สายพานรูปตัว V เป็นตัวเลื่อน ดังนั้นการเปลี่ยนอัตราทดจึงขึ้นอยู่กับการเคลื่อนที่ของสายพานรูปตัว V ส่วนประกอบของระบบส่งกำลังที่สำคัญมีอยู่ 3 จุดหลักๆ คือ สายพานรูปตัว V (V-Belt), ชุดพูลเล่ย์หน้า และชุดพูลเล่ย์หลัง โดยทั้งหมดยังมีอะไหล่ประกอบที่จะเรียงจากชุดพูลเล่ย์หลังไปทีละชิ้น เริ่มจาก โอริ่ง, เสื้อคลัทช์, ผ้าคลัทช์, สปริง, ปลอกรองสปริง, ซีลน้ำมัน, โอริง, ล้อพูลเล่ย์หลังตัวใน, ล้อพูลเล่ย์หลังตัวนอก, สลักนำร่อง, สายพานรูปตัว V(V-Belt), แหวนกระทะ, คลัทช์วัน – เวย์, แหวนรองแฉก, ล้อพูลเล่ย์หน้านอก, แหวนรอง, บู๊ชรอง, ซีลน้ำมัน, ล้อพูลเล่ย์หน้าตัวใน, ตุ้มน้ำหนัก, แผ่นเลื่อน, พลาสติคสวมร่องแผ่นเลื่อน และปะเก็นฝาครอบชุดสายพาน ซึ่งทั้งหมดเป็นอะไหล่ของระบบส่งกำลัง

ส่วนประกอบของระบบส่งกำลังที่สำคัญมีอยู่ 3 จุดหลัก ๆ คือ

  • สายพานรูปตัว V (V-Belt)
  • ชุดพูลเล่ย์หน้า
  • ชุดพูลเล่ย์หลัง

 

ระบบการส่งสายพาน

V-Belt

โดยทั้งหมดยังมีอะไหล่ประกอบที่จะเรียงจากชุดพูลเล่ย์หลังไปทีละชิ้น เริ่มจาก โอริ่ง, เสื้อคลัทช์, ผ้าคลัทช์, สปริง, ปลอกรองสปริง, ซีลน้ำมัน, โอริง, ล้อพูลเล่ย์หลังตัวใน, ล้อพูลเล่ย์หลังตัวนอก, สลักนำร่อง, สายพานรูปตัว V(V-Belt), แหวนกระทะ, คลัทช์วัน – เวย์, แหวนรองแฉก, ล้อพูลเล่ย์หน้านอก, แหวนรอง, บู๊ชรอง, ซีลน้ำมัน, ล้อพูลเล่ย์หน้าตัวใน, ตุ้มน้ำหนัก, แผ่นเลื่อน, พลาสติคสวมร่องแผ่นเลื่อน และปะเก็นฝาครอบชุดสายพาน ซึ่งทั้งหมดเป็นอะไหล่ของระบบส่งกำลัง

แล้วเราจะดูแลรักษารถออโตเมติกคู่ใจของเรายังไงดี ?

โดยปกติแล้ว ผู้ขับขี่ควรจะเข้าเช็คตามระยะที่ทางศูนย์ตั้งไว้ เช่น สายพานควรตรวจสอบในระยะแรกคือ 1,000 กิโลเมตร และหลังจากนั้นก็ตรวจเช็คในทุกๆ 4,000 กิโลเมตร เมื่อถึง 24,000 กิโลเมตร เราก็ควรจะเปลี่ยนสายพาน หรือหากชำรุดก่อนหน้านั้น เราก็สามารถเปลี่ยนได้เลย เพียงเท่านี้ เราก็สามารถดูแลรักษาสายพานของมอเตอร์ไซค์สุดรักได้อย่างง่ายดายแล้วครับ

แล้วเราจะตรวจสอบสายพานของเราได้อย่างไรดี ?

วิธีการตรวจสอบมีดังนี้

เปิดฝาครอบแคร้งสายพานออกก่อน จากนั้นถอดชุดพูลเล่ย์หน้าออกมา ตามด้วยชุดพูลเล่ย์หลัง ก่อนยกชุดสายพานออกให้บีบสายพานเข้าหากันเพื่อสะดวกในการถอด เมื่อถอดทุกชิ้นออกมาแล้วให้ทำความสะอาดคราบฝุ่นละอองที่ติดอยู่ทั้งชุดพูลเล่ย์หน้าและชุดพูลเล่ย์หลัง จากนั้นให้ตรวจสอบเสื้อคลัทช์หากพบว่าสึกหรอให้เปลี่ยนใหม่

วิธีตรวจสอบสายพานมอเตอร์ไซค์

ส่วนผ้าคลัทช์หากสึกบางจนเหลือต่ำกว่า 2 มม. หรือเรารู้สึกว่ามันชำรุดแล้ว ก็ควรเปลี่ยนใหม่ ส่วนตุ้มน้ำหนักหากพบว่ามันเบี้ยวไม่กลมจะต้องเปลี่ยนใหม่ยกชุดแต่ที่สำคัญชุดสายพานต้องไม่มีคราบจาระบี น้ำมันหล่อลื่น หรือสารหล่อลื่นใดๆ เลย เพราะมันจะทำให้สายพานลื่น ระบบการขับเคลื่อนก็จะเสียไปด้วย รถบางคันที่ไม่เคยใช้คันสตาร์ทเลย เมื่อถอดฝาครอบออกมาควรจะทำความสะอาดและใส่จาระบีใหม่ เพื่อให้ระบบสตาร์ทไม่ฝืดและพร้อมใช้งานอยู่เสมอ เมื่อตรวจเช็คเรียบร้อยก็ควรทำความสะอาดก่อนที่จะประกอบ

วิธีการประกอบ

เริ่มจากใส่ล้อพูลเล่ย์หน้าตัวใน ต่อด้วยสายพานเข้ากับชุดพูลเล่ย์หลังแล้วใส่เข้าไปที่เพลาล้อพูลเล่ย์หลัง ใส่เสื้อคลัทช์ (ชามคลัทช์) ขันน็อตยึดพร้อมใส่โอริง (อย่าลืมเด็ดขาด) ต่อด้วยใส่ล้อพูลเล่ย์หน้าและขันน็อตให้แน่น ใส่ปะเก็นฝาครอบชุดสายพาน เมื่อใส่ทุกอย่างเรียบร้อยลองสตาร์ทด้วยเท้าดูว่าชุดสตาร์ทใช้งานได้หรือไม่ หากมีเสียงดังหรือออกตัวไม่ค่อยไปก็ถอดเปิดและตรวจสอบใหม่ ทำตามขั้นตอนซ้ำเหมือนเดิม หรือถ้าคุณอยากได้ช่างมืออาชีพเข้ามาดูแลรถสุดที่รักของคุณ Motorwork ของเรายินดีให้บริการครับ

เมื่อประกอบแคร้งเสร็จแล้ว

Leave a Reply

Your email address will not be published.